remember with you

posted on 23 Jun 2012 12:59 by shinee-secret
 
SH!NEE_SECRET

PRESENT

[REMEMBER WITH YOU]

ดีใจเหมือนกัน
 

 


REMEMBER WITH YOU.

STORY BY : SH!NEE_SECRET

PHOTO BY : GOOGLE

START : X'S MAS EVE 2010

FINISH : X'S MAS 2010

THANKS TO CHARACTER FOR P' BAY

REMEMBER WITH YOU

REMEMBER WITH P' BAY 55+[ปีศาจใจดี]

                 เป็นเวลาทุ่มเศษๆ ท้องฟ้ามืดมิดแต่ก็มีแสงไฟจากรถลามากมายที่แล่นผ่านไปผ่านมาอยู่บนท้องถนน รถเมล์จอดเอี๊ยด!! ที่ป้าย พร้อมๆ กับที่บายก้าวเท้าลงจากรถพอดี เด็กหนุ่มวัยรุ่น อายุราวๆ 17 ปี ควงลูกบาสฯ เล่นไปมาพร้อมกับฮัมเพลงเบาๆ ในขณะที่กำลังเดินกลับบ้าน แต่เขาก็ได้ยินเสียงประหลาดๆ จนต้องหันหลังกลับไปดู
                "ฮือๆ ๆ ฮึกๆ ฮือๆ " ใครกันมาร้องไห้ที่ป้ายรถเมล์เอาป่านนี้ ผีหรือคนก็ไม่แน่ใจ ใจหนึ่งก็ไม่อยากจะยุ่ง อีกใจหนึ่งก็ถ้าเขาต้องการความช่วยเหลือล่ะ ว่าแล้วบายจึงตัดสินใจเดินเข้าไปยังเป้าหมายซึ่งนั่งร้องไห้จนตัวสั่นเทิ้มอยู่ที่ม้านั่ง
                "อะ เอ่อ...มีอะไรให้ช่วยมั้ยครับ" บายพูดตะกุกตะกัก พร้อมกับที่หญิงสาวค่อยๆ หันมา... ค่อยยังชั่ว เธอดูน่ารักเกินกว่าที่จะเป็นผีล่ะ
                เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ผมยาวพลิ้วไหวไปถึงกลางหลัง สวมเสื้อผ้าด้วยชุดสีขาวสวยสะดุดตา เธอค่อยๆ ปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วมองเด็กหนุ่มผู้มาเยือนด้วยท่าทางกล้าๆ กลัวๆ
                "อะ...ไม่ต้องกลัวนะ...ฉันชื่อบาย...แล้วเธอล่ะ?"
                "...ลินค่ะ" นิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยชื่อของตัวเองให้อีกฝ่ายได้รับทราบ
                "มานั่งร้องไห้ทำไมตรงนี้ ไม่กลับบ้านเหรอ"
                "อะ...เอ่อ...ก็กำลังจะกลับแล้วล่ะค่ะ"
                "บ้านอยู่ไหนล่ะ แถวนี้รึเปล่า"
                "อะอื้ม"
                "เดี๋ยวไปส่งให้เอามั้ย"
                "หือ"
                "นี่มันมืดแล้วนะ เป็นผู้หญิงเดินคนเดียวอันตรายจะตายไป" บายพูดเพื่อให้คนตรงหน้าได้ตัดสินใจง่ายขึ้นฝ่ายหญิงก็ได้แต่อั้มอึ้ง จนบายต้องเอ่ยตัดบทขึ้นมาเอง
                "ไปกันเถอะ ว่าแต่...ไปทางไหนเนี่ย" บายพูดจบ เด็กสาวนามว่าลินก็ดูเหมือนจะไม่ลังเลอะไรอีก เธอชี้มือไปทางขวา แล้วทั้งคู่ก็ออกเดินไปพร้อมๆ กัน
                "บ้านฉันก็ไปทางนี้เหมือนกันนะเนี่ย" บายเอ่ยเป็นการช่วยคุย แต่อีกฝ่ายก็ไม่รู้ว่าจะพูดต่อด้วยคำว่าอะไรดี นอกจาก
                "อืม"
                "ว่าแต่อายุเท่าไหร่แล้วเนี่ยเรา"
                "สิบหกค่ะ"
                "งั้นต้องเรียกพี่ว่าพี่บายแล้วรู้มั้ย"
                "ค่ะ พี่บาย" เด็กสาวเอ่ยพร้อมกับแย้มยิ้มบางๆ แล้วทั้งคู่ก็เดินคุยกันไปเรื่อยๆ แม้กระทั่งเสียงหมาเห่าหมาหอนก็ไม่ถือว่าเป็นการรบกวนบทสนทนาของทั้งคู่แต่อย่างใด
                "ถึงบ้านลินแล้ว ขอบคุณพี่บายมากนะคะที่มาส่ง" ทั้งคู่หยุดยืนอยู่หน้าบ้านที่มีรั้วเป็นสีขาว บายเองแอบเสียดายนิดๆ ที่พวกเขาถึงจุดหมายเร็วไปหน่อย รู้อย่างนี้น่าจะเดินให้ช้าลงหน่อยก็คงดี
                "อื้ม งั้นพี่ไปล่ะ" เด็กหนุ่มโบกมือลา แล้วจึงก้าวเดินต่อไป บ้านของเขาอยู่ถัดจากนี้ไปไม่ไกลมากนักหรอก เดินไปอีกเพียงครู่เดียวก็ถึงแล้ว 

                วันต่อๆ มาบายกลับบ้านมืดแทบจะทุกวัน เขาพยายามมาให้ตรงเวลาเดิมที่ป้ายรถเมล์ เพื่อที่จะได้เจอกับเด็กสาวที่ชื่อลิน และทั้งคู่ก็ได้เจอกันทุกๆ วัน เดินคุยกันระหว่างทางเดินกลับบ้านบ้าง บางครั้งก็ถึงกับนั่งคุยกันอยู่ที่ป้ายรถเมล์เลยก็มี
                หลายครั้งที่ผู้คนเดินผ่านมาเขาพากันมองมาที่บายแปลกๆ แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเขายังคงยิ้มแย้มและคุยกับเด็กสาวต่อไปอย่างเป็นสุข
                "พี่บายชอบท้องฟ้ามั้ยคะ? ลินน่ะชอบท้องฟ้ามากๆ เลยล่ะ ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสน่ะน่าดูที่สุดเลยแต่น่าเสียดายจังตอนนี้มันมืดแล้ว"
                "อืม แต่ท้องฟ้าตอนมืดก็น่าดูนะ มีดาวด้วย" ทั้งคู่พูดคุยกันพร้อมกับแหงนหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าซึ่งเป็นหัวข้อของบทสนทนา
                "แต่ยังไงหนูก็ชอบท้องฟ้าตอนกลางวันมากกว่า หนูน่ะอยากจะเป็นนกล่ะพี่บาย จะได้บินอยู่ใกล้ๆ กับท้องฟ้า ฮ่าๆ แล้วพี่บายล่ะ พี่บายอยากเป็นอะไร"
                "หืม...พี่เหรอ? เป็นอะไรดีล่ะ อืม...เป็นปีศาจล่ะมั้ง ฮ่าๆ "
                "ฮ่าๆ ปีศาจเหรอ งั้นลินเรียกพี่บายว่าปีศาจใจดีดีกว่า พี่บายใจดี..."
                "อืม...งั้นพี่เรียกลินว่านกน้อยน่าแกล้งดีกว่า ถ้าได้แกล้งลินทุกวันคงสนุกดี ฮ่าๆ" ทั้งคู่หัวเราะและยิ้มตาหยีไปด้วยกัน อารมณ์นี้สินะที่เขาเรียกว่าความสุข อยากอยู่แบบนี้นานๆ จัง ถ้าไม่กลัวว่าครอบครัวของฝ่ายหญิงจะเป็นห่วงเขาจะนั่งคุยยันเช้าเลยล่ะ แต่มันก็ทำได้แค่คิดเท่านั้นแหละนะ
                "นี่ก็เริ่มดึกแล้วนะคะ เรากลับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวครอบครัวของพี่บายจะเป็นห่วงเอา"
                "ฮ่าๆ นั่นสินะ" หัวเราะกลบเกลื่อนไปอย่างนั้นเอง แทนที่ตัวเขาเองจะต้องพูดคำนั้น แต่ดันปล่อยให้ฝ่ายหญิงต้องพูดขึ้นมาก่อน น่าละอายจริงๆ 
                ยามพักเที่ยงตะวันตรงหัวแดดร้อน แต่บายและเพื่อนๆ ก็ไม่ได้สะทกสะท้านอะไร พวกเขายังคงเล่นบาสเกตบอล ที่สนามกีฬากลางแจ้งต่อไปอย่างสนุกสนาน พอเล่นกันจนเหนื่อยแล้ว บายกับเพื่อนๆ ก็นั่งพักบนอัฒจรรย์เชียร์กีฬา
                "พ่อหนุ่ม ซื้อกล้วยแขกยายหน่อยมั้ยลูก" มียายแก่ๆ หาบกล้วยแขกมาขาย เพื่อนของบายก็เลยซื้อมาห่อหนึ่งเนื่องด้วยสงสารยายแก ไม่ได้รู้สึกหิวอะไรเลยสักนิด
                "กินมั้ยบาย" 
                "ไม่อ่ะ มึงเอาเหอะ" บายโบกมือปฏิเสธ เพื่อนจึงชักมือกลับ แล้วหยิบกล้วยแขกเข้าปากอย่างไม่ได้ใส่ใจอะไรนักแต่กินไปกินมาก็อร่อยดี กินจนหมดไม่เหลือ เหลือแต่ถุงกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ใช้บรรจุกล้วยแขก จะโยนทิ้งก็พอดีไม่มีถังขยะอยู่แถวนั้น พลิกไปพลิกมาอ่านข่าวสารซะหน่อย
                "เฮ้ยบาย ดูข่าวนี่ดิ ตายแถวบ้านมึงเลย รู้จักเปล่าวะ"
                "หือ" บายรับถุงกระดาษนั่นมาแล้วพลิกดู รู้จักสิ ทำไมจะไม่รู้จักล่ะ ผู้หญิงในกรอบสี่เหลี่ยมเล็กๆ นั่นน่ะ เขาอ่านเนื้อข่าวต่อไปจึงได้ทราบว่าเธอถูกฆ่าตายไม่ห่างจากป้ายรถเมล์แถวบ้านเขาเอง นับจากวันที่หนังสือพิมพ์ลงข่าวนี่ก็ผ่านมาเกือบสองอาทิตย์ได้แล้ว
                "เฮ้ยเจมส์ กูโดนผีหลอกว่ะ" พูดได้แค่นั้นบายก็นิ่งงัน ไม่พูดอะไรอีก นี่มันเกิดอะไรขึ้น เขาคุยกับผีมาได้ตั้งเป็นอาทิตย์โดยไม่เอะใจอะไรเลยเหรอเนี่ย นั่นยังไม่เท่าไหร่ ไม่เท่ากับที่ว่าเขาเผลอตัวชอบผีโดยไม่ฉุกคิดอะไรทั้งนั้น              
                ในวันนี้บายกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เด็กหนุ่มเดินเข้าบ้านตั้งแต่ตะวันยังไม่ลับขอบฟ้าเป็นอะไรไป ซึมเศร้า เหงา เสียใจ ตกใจ กลัว ไม่นะ...เขาคิดว่าเขาไม่ได้กลัว แล้วมันอะไรล่ะ คงเป็นเพราะว่าเขายังสับสน ยังทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าจะเอายังไงต่อไปดี
                ความรู้สึกมันบอกว่าทำใจลำบากจริงๆ ก็อยู่ๆ คนที่เราคุยด้วยอยู่ทุกๆ วัน คนที่เรายิ้มและหัวเราะไปด้วยกันแต่พอมาวันนี้ เขาคนนั้นกลับไม่ใช่คน บอกตามตรงว่าเขารู้สึกโกรธนิดๆ ล่ะ รู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก ถูกผีหลอกจริงๆ 

                หลายวันผ่านมาแล้วที่บายไม่ได้พบเจอกับผีสาวอีกเลย เขาไม่เคยกลับบ้านค่ำนับจากวันที่ได้รู้ความจริงแต่ก็คิดว่ามันสมควรแล้วล่ะ ที่เรื่องมันจะต้องเป็นแบบนี้ ก็ในเมื่อเขาเป็นคนและอีกฝ่ายเป็นผี เราก็ไม่จำเป็นต้องมาพบเจกันอีกผีก็อยู่ส่วนผี คนก็อยู่ส่วนคน แบบนี้แหละดีแล้ว...
                ทั้งที่คิดได้แบบนั้นแล้ว แต่บายก็ยังกระสับกระส่าย เกิดสับสนวุ่นวายอยู่ในหัวอก หลายวันที่ผ่านมาที่เขาไม่ได้พบเจอและพูดคุยกับเธอ เขาคิดว่าดีแล้วที่เป็นอย่างนั้น แต่ไม่เลยคนที่ทุกข์ทรมานก็คือเขาเอง เขาไม่ได้มีความสุข และไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย
                เขาคิดถึงเธอ บายคิดถึงผีสาวที่ชื่อลิน เขาอยากพูดคุยกับเธออยากเดินไปส่งเธอที่บ้าน อยากให้เราเป็นเหมือนเดิม มันไม่ใช่ความผิดของลินเลยนี่นา ที่เธอต้องมากลายเป็นผีน่ะ เธอเองก็คงไม่ได้อยากให้เรื่องมันเป็นแบบนี้หรอก แล้วยิ่งบายหายไปเสียเฉยๆ ไม่รู้ว่าเธอจะรู้สึกอย่างไรบ้าง
                คิดได้ดังนั้นบายก็ออกไปนั่งรอผีสาวที่ป้ายรถเมล์ ที่ๆ เราพบกัน[ที่ตายของลินนั่นเอง] นั่งรอตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันสองทุ่ม แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของวิญญาณสาวน้อยนามว่าลินเลยสักนิด หายไปไหนของเขานะ เอ๊ะ...หรือว่าเธอจะโกรธ
                "นกน้อยน่าแกล้งหายไปไหนซะแล้วเนี่ย"
                "อยู่แถวนี้รึเปล่า?"
                "ออกมาคุยกันหน่อยสิ" บายนั่งพูดอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า แต่เขาไม่แคร์หรอกขอแค่ได้พูดคุยกับ
เธอเหมือนเดิม ใครจะมองว่าบ้าเขาก็ยอม
                "พี่ขอโทษนะ ที่หายไปหลายวัน แต่ช่วยออกมาคุยกันหน่อยเหอะ อย่างอนเลยนะ"
                "จะให้พี่ทำอะไรเพื่อเป็นการไถ่โทษก็ได้นะ แต่อย่าหายไปแบบนี้เลย"
                "พี่ขอโทษ ลินออกมาเถอะ" ไม่ว่าจะพร่ำบ่นพูดคำขอโทษสักกี่คำ แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง อะไรเคยเป็นยังไงก็เป็นอยู่อย่างนั้น บายยังคงนั่งรอคอยผีสาวเผื่อว่าเธอจะใจอ่อนยอมออกมาคุยกับเขา แต่จนแล้วจนรอดเวลาล่วงเลยไปกระทั่งดึกดื่นเที่ยงคืน บายเริ่มยอมรับกับชะตากรรมของตัวเอง เขาเดินคอตกกลับบ้านไปพร้อมๆ กับหัวใจที่ห่อเหี่ยว

                ในคืนวันเดียวกันบายล้มตัวลงนอน ในหัวสมองก็ยังคงคิดถึงแต่ผีสาวที่เขาอยากจะเจอมากที่สุด เขานอนพลิกตัวไปมาอยู่อย่างนั้นจนในที่สุดก็ผล็อยหลับไปทั้งๆ ที่ยังคงคิดถึงวิญญาณสาวน้อยน่ารักคนนั้นอยู่
                เวลาคืบคลานผ่านไป ภาพตรงหน้าของบายที่ดูมืดมัวกลับค่อยๆ กระจ่างชัดขึ้น เผยให้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้าซึ่งเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวปกคลุมไปด้วยม่านหมอกบางๆ 
                โดยไม่คาดฝันเขาเจอเธออีกครั้ง เด็กสาวคนนั้น คนที่เขาอยากเจอ เธอวิ่งเล่นอยู่กลางทุ่งหญ้าเส้นผมและชุดสีขาวที่พลิ้วไหว ยิ่งทำให้เธอดูน่ามองมากขึ้นไปอีก
                "ลินหยุดก่อนสิ" บายตะโกนออกไปแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ยิน
                "หยุดก่อนสิ นกน้อย นกน้อยน่าแกล้ง" ครั้งนี้ได้ผลแฮะ เธอค่อยๆ หันมาแล้วแย้มยิ้มบางๆ ให้กับเขา
                "ปีศาจใจดี" เขาและเธอต่างฝ่ายต่างค่อยๆ วิ่งเข้าหากัน โดยไม่ทันได้หยุดคิดอะไร บายโผลเข้ากอดเด็กสาวตรงหน้าด้วยความคิดถึงและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้พบเจอกับเธออีกครั้ง
                "พี่ขอโทษนะ ที่หายไปโดยไม่บอกอะไรลินซักคำ ลินยกโทษให้พี่นะ"
                 "ลินไม่เคยโกรธพี่บายค่ะ" เมื่อสาวน้อยพูดจบบายจึงค่อยๆ คลายอ้อมกอด แต่มือทั้งสองก็ยังคงเกาะอยู่ที่บ่าไหล่ของเด็กสาว เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอเหมือนกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง และนั่นทำให้เด็กสาวตรงหน้าถึงกับต้องหลบตาด้วยความเขินอาย
                "พี่บายจ้องหน้าลินทำไมเหรอคะ?"
                "อะ เปล่าจ้ะ" บายเกาหัวแกร็กๆ แก้เก้อ สายตาก็พลันไปเห็นชิงช้าสีขาวที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากไหน เขาจึงชวนสาวน้อยให้ไปนั่งคุยกันที่ชิงช้านั่น
                ชิงช้าแกว่งไกว่ไปมา ทำให้รอยยิ้มใสๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาวตัวน้อย เธอกำลังสนุกสนานอยู่กับการเล่นชิงช้าเลยเชียวล่ะ และนั่นก็ทำให้บายพลอยยิ้มตามไปด้วย
                เด็กสาวตัวน้อยที่เอาแต่แกว่งชิงช้าเล่นไปมาอยู่ๆ ก็หยุดไปซะอย่างนั้น เธอหันมายิ้มให้เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาเองก็ยิ้มตอบกลับไปจนแก้มแทบปริ
                "หนูชอบพี่บาย" เธอพูดเขินๆ 
                "หะหือ..." บายนิ่งอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน แต่หัวใจข้างในกลับไม่อยู่เฉย มันเต้นแรงและพองโตยิ่งกว่าลูกแตงโมเสียอีก
                "จริงๆ นะคะ" 
                "อะอื้ม" บายเพิ่งรู้ก็เดี๋ยวนี้เอง ว่าเวลาที่เขาเขินมันจะพูดอะไรไม่ออกแบบนี้ 
                "ลินดีใจนะ ที่ได้รู้จักกับพี่บาย ถึงแม้ว่ามันจะแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ก็ตาม แต่ลินก็ดีใจ ดีใจที่สุดเลย"
                "พี่เองก็ดีใจเหมือนกันที่ได้รู้จักกับลิน แต่เรายังมีเวลาอยู่ด้วยกันอีกไม่ใช่เหรอ?"
                "...ไม่มีแล้วค่ะ ลินต้องไปแล้ว" ชั่วอึดใจกว่าที่สาวน้อยจะเอ่ยออกมา เมื่อพูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืนเหมือนกับจะไปแล้วจริงๆ 
                "หือ...ลินจะไปไหน"
                "ไปในที่ๆ ลินจะต้องไปน่ะค่ะ พี่บายอย่าลืมคิดถึงลินนะคะ" ว่าแล้วสาวน้อยก็คว้ามือของบายขึ้นมากุมแล้ววางอะไรบางอย่างไว้บนมือของเขา สิ่งที่ปรากฏคือแหวนเงินสลักรูปนกน้อยโบยบิน
                "เก็บไว้นะคะ เป็นตัวแทนของลินเอง แล้วซักวันลินจะมาเอาคืน" เอ่ยไปพร้อมๆ กับใบหน้าที่เต็มไป
ด้วยรอยยิ้ม
                "ลินต้องไปแล้วนะคะ" พูดจบเด็กสาวก็เขย่งปลายเท้า แล้วโน้มหน้าเข้าไปจุมพิตที่แก้มข้างซ้ายของชายหนุ่ม ซึ่งเขาเองมัวแต่นิ่งอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก กว่าจะได้สติหญิงสาวตรงหน้าก็เดินลับหายเข้าไปในม่านหมอกเสียแล้ว
                "เดี๋ยวสิลิน เดี๋ยว" ไม่ทันเสียแล้ว ไม่ทันที่เขาเองจะบอกความในใจว่าเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกับเธอ แต่ก็นับว่าเป็นพรอันวิเศษเหลือเกินที่ทำให้เขาได้พบเจอกับเธอ และเขาจะขอเก็บเรื่องราวอันน่าตรึงใจเหล่านี้ไว้ใส่วนลึกของหัวอกตลอดไป

                 เช้าวันรุ่งขึ้นบายตื่นนอนลืมตา แต่ก็ยังไม่ลุกออกจากเตียง เขาอมยิ้มละมุนละไมเมื่อนึกถึงเรื่องราวแสนหวานในความฝัน แต่ก็แอบเสียดายอยู่นิดหน่อยล่ะ ที่มันเป็นเพียงแค่ความฝัน เขานึกเล่นๆ ว่าถ้าเป็นความจริงได้ก็ดีสินะ
                ก๊อก ๆ     
                "บายลูก ตื่นได้แล้ว เดี๋ยวไปโรงเรียนสาย"
                "ครับแม่" เสียงแม่เรียก ดึงให้บายหลุดออกมาจากภวังค์แห่งความเพ้อฝัน เขาลุกออกจากเตียงสะบัดผ้าห่มออกเพื่อจะพับเก็บให้เรียบร้อย แต่พอดีก็มีอะไรบางอย่างกระเด็นออกมาจากผ้าห่มนั่น เป็นแหวนเงินสลักรูปนกน้อยโบยบินนั่นเอง
                เขาหยิบแหวนวงเล็กขึ้นมาดู แล้วพลันทำให้ครุ่นคิดหนัก 'นี่มันความฝันหรือความจริงกันแน่' คิดไปคิดมาก็สรุปได้เองว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ก็คือ 'ความจริงในความฝัน' บายยิ้มให้กับแหวนวงน้อย แล้วลองสวมมันที่นิ้วของเขาจนครบ แต่ไม่มีนิ้วไหนเลยที่สวมแหวนได้พอดี เมื่อเป็นดังนั้น เขาจึงเดินไปหยิบสร้อยคอเอามาสอดเข้าไปในแหวน แล้วจึงห้อยคล้องคอตัวเองไว้
                "เท่ไม่เบาเลยนะเราเนี่ย" บายส่องกระจกแล้วพูดกับตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็ไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน           

                ชีวิตของบายกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เขากลายเป็นบาย นักเรียน ม.ปลายคนเดิม ที่ตอนเช้าตื่นนอนไปโรงเรียนตอนเย็นซ้อมบาสฯ แล้วก็กลับบ้าน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมก็คือ ทุกครั้งเมื่อเห็นนกโบกบินเมื่อไหร่ ความทรงจำที่นอนหลับพริ้มอยู่ในส่วนลึกของหัวใจก็มักจะตื่นขึ้นมาทักทายและทำให้เขาคิดถึงเธอทุกที 'นกน้อยน่าแกล้ง'ของ 'ปีศาจใจดี'


edit @ 23 Jun 2012 13:06:13 by บรรเจิด

Comment

Comment:

Tweet

#1 By เด็กหญิงในตาเศร้า (103.7.57.18|192.168.200.23, 110.169.252.9) on 2012-06-24 22:09